Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

วิธีเล่นแบล็คแจ็ค เล่นยังไงให้ชนะเจ้ามือ

worldcasinomagazine-cover

วิธีเล่นแบล็คแจ็ค เล่นยังไงให้ชนะเจ้ามือ


” วิธีเล่นแบล็คแจ็ค เล่นยังไงให้ชนะเจ้ามือ ” การพนันในปัจจุบันมีให้เลือกเล่นกันหลายแบบหลายชนิด แต่หากพูดถึงเกมพนันชื่อดังบนคาสิโนสักอย่างหนึ่ง เชื่อว่าต้องมีเกมที่ชื่อว่า แบล็คแจ็ค ติดอันดับต้นๆ มาอย่างแน่นอน เกมนี้มีต้นกำเนิดมาอย่างยาวนาน จากอดีตจนถึงตอนนี้ก็ยังคงมีนักพนันให้ความสนใจและเลือกเล่นแบล็คแจ็คเพื่อทำเงินอย่างต่อเนื่องมากมาย แม้ว่าการชนะเจ้ามือนั้นอาจจะไม่ได้ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีโอกาสชนะที่เป็นไปได้แถมเกมนี้ยังให้เงินรางวัลเยอะอีกด้วย

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง อ่านต่อ  แบล็คแจ็คออนไลน์ มือใหม่ ที่ต้องรู้ก่อนเล่น

ทำความรู้จักกับแบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็คคือ เกมส์ไพ่ที่มีการกำหนดแต้มไว้บนไพ่แต่ละชนิด แล้วนำมาบวกกันเพื่อให้เข้ากับ 21 แต้มซึ่งเป็นแต้มใหญ่ที่สุดของเกมส์ ทำให้เลข 21 มีความสำคัญกับแบล็คแจ็คเป็นอย่างมากโดยเกมส์นี้จะแบ่งการเล่นออกเป็นฝ่ายเจ้ามือ และผู้เล่นหลายมือบนโต๊ะ หากฝ่ายใดมีแต้มที่ใหญ่กว่าจะถือว่าเป็นผู้ชนะในรอบนั้น โดยแต้มแต้มไพ่ของเกมแบล็คแจ็คแบ่งออกเป็นดังนี้

  • ไพ่ที่มีเลข 2 ถึง 10 ให้แต้มเป็นไปตามเลขหน้าของไพ่นั้น
  • ไพ่ J Q K มีแต้มเป็น 10
  • ไพ่ A มีแต้มเป็น 1 หรือ 11 (ขึ้นอยู่ไพ่บนมือของผู้เล่นว่ามีแต้มรวมอยู่ที่เท่าไหร่)

โดยผู้เล่นสามารถเรียกไพ่เพิ่มได้ตามที่ต้องการ เริ่มลำดับจากผู้เล่นและต่อด้วยเจ้ามือเป็นคนสุดท้ายข้อสำคัญก็คือหากแต้มของฝ่ายใดเกินกว่า 21 ให้ถือว่าแพ้ในรอบนั้นทันที

วิธีเล่นแบล็คแจ็ค

วิธีเล่นแบล็คแจ็คอย่างไรให้ชนะเจ้ามือ

เมื่อรู้จักวิธีเล่นแบล็คแจ็คเบื้องต้นกันไปแล้ว เชื่อว่าหลายท่านน่าจะอยากรู้ต้องทำอย่างไรจึงจะเล่นชนะเจ้ามือ ทางเว็บไซต์จึงได้รวบรวมมาให้หลายวิธี โดยผู้เล่นสามารถนำไปทำตามได้ดังนี้

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง อ่านต่อ คาสิโนสด มีความเสี่ยง อะไรบ้างถ้าต้องเจอ

1.หมั่นเรียนรู้กติกา

วิธีแรกที่ผู้เล่นไม่ควรลืมเลยคือการศึกษาวิธีเล่นแบล็คแจ็คอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งเราเข้าใจการเล่นได้อย่างถ่องแท้มากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการชนะเจ้ามือให้สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นเท่านั้น ทำให้รู้ควรวางเดิมพันอะไร แทงเท่าไร เล่นตอนไหน ควรหยุดตอนไหน ทำให้สามารถมองไพ่ได้ขาดยิ่งขึ้น และยังทำให้มองเห็นจุดอ่อนของไพ่เจ้ามือได้ง่ายอีกด้วย

2.เล่นตอนไหนหยุดตอนไหน

เสน่ห์ของการเล่นแบล็คแจ็ค คือ การทำแต้มบนมือให้ได้ใกล้เคียง 21 มากที่สุด ฉะนั้นผู้เล่นต้องทราบว่าควรหยุดเรียกไพ่เพิ่มเมื่อใด โดยแนะนำว่าหากไพ่มีแต้มรวมอยู่ที่ 17, 18, 19 และ 20 ควรทำการหยุดไพ่จะดีที่สุดเพราะถือว่าตอนนี้มีแต้มที่สูงพอสมควร

  • ในกรณีที่ได้ 16 แต้ม สังเกตว่าไพ่เจ้ามือเปิดมาเป็น 2, 3, 4, 5, 6 ผู้เล่นควรหยุดเรียกไพ่เพิ่ม หากเจ้ามือได้ไพ่เปิดมาเป็น 7, 8 ให้ทำการเรียกเพิ่มอีก 1 ใบ หรือเจ้ามือได้ไพ่เปิดมาเป็น 9, 10 และ A ให้ผู้เล้นหมอบและหยุดเล่นในรอบนั้นเพื่อเสียเงินเดิมพันครึ่งหนึ่งแทน
  • ในกรณีที่ได้ 13และ 14 แต้ม เจ้ามือได้ไพ่เปิดมาเป็น2, 3, 4, 5, 6 ผู้เล่นควรหยุดเรียกไพ่เพิ่ม แต่หากเจ้ามือได้ไพ่เปิดมาเป็น7, 8, 9, 10 และ A ผู้เล่นควรเรียกไพ่เพิ่มอีกหนึ่งใบ
  • ในกรณีที่ได้ 12 แต้ม เจ้ามือได้ไพ่เปิดมาเป็น4, 5, 6 ผู้เล่นควรหยุดเรียกไพ่เพิ่ม แต่หากเจ้ามือได้ไพ่เปิดมาเป็น2, 3 ,7, 8, 9, 10 และ A ผู้เล่นควรเรียกไพ่เพิ่มอีกหนึ่งใบ
  • ในกรณีที่ได้11 แต้ม หรือได้แต้มต่ำกว่า ควรต้องเรียกไพ่เพิ่มทันที

3.ตั้งเป้าหมายและกำหนดเงินทุน

การกำหนดเงินทุนก่อนเริ่มเล่นนั้นจะทำให้ผู้เล่นสามารถประเมิณได้ว่า ควรวางเดิมพันในแต่ละรอบเท่าไร เพื่อให้ชนะเจ้ามือและได้กำไรกลับมามากที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการขาดทุนให้น้อยลง แถมการตั้งเป้าหมายยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการเล่นแต่ละรอบให้มั่นใจมากยิ่งขึ้น ดีกว่านั่งเล่นไปเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้ว่าจะชนะเมื่อไหร่

4.รู้จักแยกไพ่

วิธีแยกไพ่เป็นการสร้างโอกาสชนะเจ้ามือได้อย่างได้หนึ่ง เริ่มต้นให้สังเกตว่าตนเองมีไพ่ 2 ใบบนมือเป็นแต้มเดียวกันหรือไม่ เช่น 2 -2, 3 – 3, 4- 4, A – Aเป็นต้น แล้วให้ผู้เล่นแจ้งแยกไพ่ทันที จากนั้นให้วางเดิมพันอย่างน้อยคือเท่ากับมือแรกเช่น มือแรก 200 บาท มือสองที่แยกออกมาควรวางเดิมพันอย่างน้อย 200 บาทขึ้นไปโดยแต่ละมือนั้นสามารถเล่น หยุด เรียกไพ่ได้ตามปกติ วิธีนี้เหล่าเซียนพนันมักเลือกใช้เพราะสร้างโอกาสชนะได้กลายเป็น 2 เท่า

5.การประกัน

การประกันนั้นเป็นการลดความเสี่ยงไม่ให้ผู้เล่นต้องเสียพนันแบบเต็ม โดยสามารถทำได้เมื่อดีลเลอร์เริ่มหงายไพ่ใบแรก หากเจ้ามือได้แต้ม 21 หรือเกิดแบล็คแจ็ค ผู้เล่นจะเสียเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพัน แต่หากเจ้ามือเปิดไม่แล้วไม่ได้แต้ม 21 เกมยังคงดำเนินต่อไปเมื่อเกิดเสมอผู้เล่นจะได้เงินเดิมพันส่วนนั้นคืนครบ

6.มองหาเทคนิคใหม่

แบล็คแจ็คไม่ใช่เกมของการเสี่ยงโชคเสี่ยงดวงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ผู้เล่นสามารถมองหาเทคนิคมาร่วมใช้ได้ เช่น เทคนิคการวางเดิมพัน เทคนิคการเรียกไพ่หยุดไพ่ หรือเทคนิคใหม่ๆที่ได้มาจากเซียนพนันที่น่าเชื่อถือ ยิ่งนำมาปรับเปลี่ยนกับการเล่นของตนเองได้อย่างเหมาะสม ยิ่งทำให้โอกาสชนะเจ้ามือเป็นไปได้สูงกว่าเดิมพันหลายเท่าตัว

วิธีเล่นแบล็คแจ็ค เล่นยังไงให้ชนะเจ้ามือ

แนะนำสูตรแบล็คแจ็คเพื่อให้ชนะเจ้ามือได้ง่ายขึ้น

นอกจากการทราบเทคนิควิธีดังกล่าวที่ช่วยให้ชนะเจ้ามือแบล็คแจ็คได้แล้ว เราอยากแนะนำสูตรแบล็คแจ็คที่สามารถเพิ่มโอกาสชนะเจ้ามือได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ผู้เล่นนำไปปรับเปลี่ยนกับการเล่นของตนเอง ดังนี้

1.สูตรเดิมพัน Perfect Pair

สูตรนี้คือ วิธีใช้ไพ่ 2 ไพ่แรกที่นักพนันได้รับมาทำการจับเป็นไพ่คู่ให้ได้มากที่สุดเนื่องจากไพ่คู่มีความใหญ่กว่าไพ่แบบอื่นพอสมควร เช่น 2-2, 3-3, 4-4, Q-Q เป็นต้นโดยแบ่งออกเป็นคู่ลักษณะที่น่าสนใจ ได้แก่

  • คู่เหมือน คือ รูปแบบไพ่สองใบที่มีดอกเดียวกัน ซึ่งจะเป็นเลขใดก็ได้ เช่นA โพแดงสองใบ เป็นต้นโดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 25 : 1 บาท
  • คู่สี คือรูปแบบไพ่สองใบที่มีสีเหมือนกันแต่ดอกนั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ เช่น ไพ่ 4 โพแดงกับ 4 ข้าวหลามตัด เป็นต้นโดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่12 : 1 บาท
  • คู่ผสมคือ รูปแบบไพ่ที่มีดอกและสีต่างกัน แต่เลขบนไพ่ต้องเป็นแต้มเดียวกันเช่น 5 โพแดง กับ 5 โพดำ โดยมีอัตราการจ่ายอยู่ที่6 : 1 บาท

2.สูตรเดิมพัน 21+3

สูตรต่อมาเป็นวิธีชนะเจ้ามือได้ด้วยการเดิมพันกับไพ่ใหญ่อย่างตองเหมือน,สเตรทฟลัช, ตอง, สเตรทหรือ ฟลัชเนื่องจากเป็นรูปแบบไพ่ที่มีอัตราการจ่ายเงินให้สูงกว่าแบบอื่นมาก ประกอบไปด้วยรูปแบบไพ่ ดังนี้

  • ตองเหมือน คือไพ่สามใบที่เหมือนกัน เช่นA โพดำสามใบ เป็นต้น มีอัตราการจ่ายอยู่ที่100 : 1 บาท
  • สเตรทฟลัช คือ ไพ่ที่มีแต้มเรียงตามลำดับและต้องเป็นไพ่ดอกเดียวกันเช่น 10 J Q โพดำ เป็นต้น มีอัตราการจ่ายอยู่ที่40 : 1 บาท
  • ตอง คือไพ่สามใบที่แต้มเหมือนกันทั้งหมด แต่สีและดอกของไพ่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เช่น 4 โพดำ 4 ดอกจิก 4 ข้าวหลามตัดเป็นต้น มีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 30 : 1 บาท
  • สเตรท คือไพ่ที่มีแต้มเรียงกันตามลำดับ แต่สีและดอกไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เช่น 4 โพดำ5ข้าวหลามตัด6 โพแดง เป็นต้นมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 10 : 1 บาท
  • ฟลัช คือไพ่ดอกเดียวกันทั้งสามใบ เช่น 3 โพดำ4 โพดำ7 โพดำเป็นต้น มีอัตราการจ่ายอยู่ที่5 : 1 บาท

3.สูตรวางเดิมพัน Bet Behind

สูตรสุดท้ายเป็นวิธีการแทงโดยอิงจากผู้เล่นข้างๆของตนเอง อาจจะฟังดูแปลกแต่วิธีนี้เป็นการมองไพ่ของผู้เล่นคนอื่นที่ไม่ใช่มือของเรา จากนั้นวางเดิมพันลงไปในจำนวนที่เหมาะสม แต้มจะเป็นไปตามมือผู้เล่นข้างๆคนนั้น ตัวเราไม่มีสิทธิ์ขอจั่วหรือขอหยุดใดๆ หากตามได้อย่างถูกจังหวะสามารถเปลี่ยนให้ทั้งตัวเองและอีกคนข้างชนะเจ้ามือไปพร้อมกันได้เลยทีเดียว

เชื่อว่าท่านที่กำลังมองหาวิธีเล่นแบล็คแจ็ค เล่นอย่างไรให้ชนะเจ้ามือได้นั้น น่าจะได้ความรู้จากบทความนี้ไม่มากก็น้อยปัจจุบันแบล็คแจ็คเปิดให้เล่นบนเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ หรือเว็บการพนันออนไลน์เป้นที่เรียบร้อย ผู้เล่นสามารถเข้ามาสมัครสมาชิกเพื่อร่วมสนุกกับการเกมพนันยอดฮิตชนิดนี้ได้ ฉะนั้นอย่ามัวรอช้าเข้ามาชนะเจ้ามือและคว้าเงินรางวัลกลับบ้านกันเถอะ